ห้าประตูสามนัด ซาร์ดอร์ มีร์ซาเยฟ รุนแรงตลอดโดยซัดไป 5 ตุงจาก 3 นัด

ห้าประตูสามนัด

ห้าประตูสามนัด เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 2-1 การท่าเรือ เอฟซี

ห้าประตูสามนัด หมายข้างหลัง พาเอสซีจี เมืองทองฯ เปิดรังเชือด การท่าเรือ เอฟซี 2-1 ทำให้ กิเลนทะนง ซิวชัย 2 เกมติด มีเพิ่มเป็น 37 แต้มรั้งที่ 4 ตามหลัง บุรีรัมย์ ชั้น 3 อยู่ 1 คะแนน

ระหว่างที่ ราชสีห์เจ้าท่า รองผู้นำฝูงไม่มีชัย 5 เกมติด ตามหลังผู้นำฝูง บีจี บัวหลวง อยู่ 16 แต้มการแข่งขันชิงชัยบอลไทยลีก  ที่สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม

เป็นเกมในคู่บิ๊กแมตช์ระหว่าง กิเลนลำพอง เอสซีจี เมืองทองยูไนเต็ด กลุ่มชั้น 5 ของตาราง ที่มี 34 แต้ม จาก 21 นัดหมาย เปิดบ้านเจอกับรองหัวหน้าฝูง ราชสีห์เจ้าท่า

การท่าเรือ เอฟซี ที่มี 41 แต้ม จาก 21 นัดหมาย โดยการพบกันในเลกแรกเป็นฝั่งการท่าเรือ เอฟซี เปิดบ้านเอาชนะไป 2-0

เริ่มเกม น.2 เจ้าถิ่นกิเลนเย่อหยิ่ง ได้ทักก่อนจากจังหวะที่ วิลมัน พอเพียงพพ์ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้ากึ่งกลางและก็เป็น แดร์เลย์ ด้ามจับบอลหนึ่งครั้งกระโน้นตีลังกายิงลูกนี้ แต่ว่าบอลดันไปตรงตัว วรวุฒิ ศรีสุภา นายทวารราชสีห์เจ้าท่ารับเอาไว้ได้

น.11 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แทบได้ประตูขึ้นนำเมื่อ วีระเทวดา ป้อมประเภท ตักบอลได้เบื้องหน้ากรอบจุดโทษ ก่อนที่จะยอดไปฝั่งขวาให้กับ วิลเลี่ยม พอเพียงพพ์

จับบอลลงกับพื้นแล้วก็โยกหลบหนึ่งจังหวะกาอนยิงด้วยซ้าย แต่ทว่าบอลไม่ไปมุมมากมายทำให้ วรวุฒิ ศรีสุภา ล้มตัวเซฟไว้ได้

น.17 เจ้าถิ่น “กิเลนเย่อหยิ่ง” หวุดหวิดได้ประตูขึ้นนำจริงๆจากลูกเตะมุมทางขวามือเล่นสั้น วีระเเทพ ป้อมประเภท ไหลบอลเข้ากึ่งกลาง ซาร์ดอร์ มีร์ซาเยฟ สิบตัวไม่แบ่งแต้ม

หมุนหนึ่งจังหวะกาอนที่บอลจะมาเข้าทาง แดร์เลย์ ได้ซัดด้วยขวาบอลไปไถลผู้เล่นราชสีห์เจ้าท่ากำลังจะห้อยลงทิ่มใต้คาน แต่ว่าทาง วรวุฒิ ศรีสุภา ยังถอยหลังกระโจนปัดทิ้งได้ฉับพลัน

น.25 เป็นจังหวะของการท่าเรือ เอฟซี ที่แทบได้ประตูบ้างจากจังหวะที่ มาร์ติน สตูเบิ้ล เปิดบอลจากด้านซ้ายเข้าจุดโทษ บดินทร์ หน้าผาลา โหม่งถูถัดไปให้กับ เซร์คิโอ้ ซัวเรซ ได้โหม่งจ่อๆแม้กระนั้น สมพร ตำแหน่ง โชว์ซุปเปอร์เซฟปัดทิ้งออกไปได้

น.34 การท่าเรือ เอฟซี คงจะได้ประตูขึ้นนำอีกรอบเมื่อ บดินทร์ หน้าผาลา ได้บอลจากทางฝั่งซ้ายก่อนคัดเลือกแบ็คเข้ากึ่งกลางรวมทั้งเป็น โกล ซุล กิ ที่บรรจงยิงด้วยขวาแบบย้ำๆแต่ทว่าบอลดันพุ่งไปชนคานออกข้างหลังไปอย่างโชคร้าย

ตอนที่เหลือยังไม่มีผู้ใดทำอะไรกันได้ก่อนจบครึ่งแรก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยังเปิดบ้านเสมออยู่กับ การท่าเรือ เอฟซี 0-0

ห้าประตูสามนัด

ไปสู่ช่วงหลัง น.51 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มาได้ประตูขึ้นนำจนได้

เมื่อ วัฒนาแขนณ์ ความเจริญรุ่งเรืองละคร ที่ใส่เพิ่มขึ้นมาด้านซ้ายก่อนที่จะเปิดบอลโค้งๆเข้าจุดโทษ บอลเลยไปถึงแถวสองเข้าเท้าของ ซาร์ดอร์ มีร์ซาเยฟ

ยิงเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสบายประเภทที่ไม่มีผู้เล่นการท่าเรือ เอฟซี ตามตามติดเลย ทำให้เจ้าถิ่นกิเลนเย่อหยิ่ง ขึ้นนำ 1-0 ข่าวบอลไทย

น.60 การท่าเรือ เอฟซี ได้ลูกจุดลูกโทษจากจังหวะที่ ชาติชาย แสงสว่างดาว ปราการหลังเจ้าถิ่นกิเลนลำพอง วิ่งไปชน อดิศักดา ไกรษร ล้มลงในกรอบจุดโทษ ผู้ตัดสิน ศิวกร ภูเขาอุดม

เป่าให้เป็นลูกจุดลูกโทษในทันที จนถึงต่อมานาทีเดียว เซร์คิโอ ซัวเรซ จะรับหน้าที่ฆ่าจุดลูกโทษลูกนี้เข้าไปไม่พลาดช่วยทำให้กลุ่มเยี่ยมราชสีห์เจ้าท่า บุกตีเสมอเสร็จเป็น 1-1

น.65 ผู้ตัดสิน ศิวกร ภูอุดม มีการฟัง VAR ก่อนจะเดินไปดูหน้าจอด้วยตัวเอง จากจังหวะที่ วิลเลี่ยน พอพพ์ ได้ยิงเต็มจ้อบอลเหมือนจะไปโดนมือของ โก ซุล กิ ที่บากบั่นวิ่งมาบล็อคบอล

ก่อนที่จะวินิจฉัยชี้ให้เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้ลูกจุดลูกโทษโดยทันที รวมทั้งแจกใบเหลืองให้ โก ซุล กิ อีกด้วย ก่อนใน น.67 วิลมัน พอเพียงพพ์ จะยิงจุดลูกโทษเข้าไปอย่างสบายให้เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ขึ้นนำอีกรอบเป็น 2-1

น.69 เจ้าถิ่นกิเลนเย่อหยิ่ง ชวดได้ประตูหนีเป็น 3-1 ภายหลังที่ แดร์เลย์ ได้จ่ายบอลไปสู่ตูดตาข่ายไปแล้ว แต่ผู้ตัดสิน ศิวกร ภูเขาอุดม ได้รับสัญญาณจากห้องควบคุม VAR ดูบอลสด

แล้วก็มีการเช็ค VAR จากจอด้วยตัวเองในจังหวะประตูที่ 3 ของเจ้าถิ่นกิเลนทะนง และก็ผู้ตัดสินไม่ให้ประตูแก่เจ้าถิ่น เพราะเหตุว่าถ้ามองจากภาพช้าบอลนั้น

ไปโดนแขนของ วิลมัน เพียงพอพพ์ ก่อนที่จะมาถึงหัวของ แดร์เลย์ ทำให้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยังคงนำเพียงแค่ 2-1 เพียงแค่นั้น