ธีรศิลป์ยินดี เจลีกให้เกียรติชาวไทย-ปลาบปลื้มข้างหลังตีคอนซะศึกไทยดาร์บี้

ธีรศิลป์ยินดี ศึกไทยดาร์บี้แมตช์ กลุ่ม ชิมิสึ เอสพัลส์ ส่ง ”มุ้ย” ธีรศิลป แดงดา

ธีรศิลป์ยินดี ลงไปในสนามช่วงท้ายนาที 83 เปิดบ้านไล่ยิงกลุ่มคอนซาโดเล่ ซัปโปโร ที่ส่ง ”เจ” ชนาธิป สรตระหนี่ระสินธ์ พอดีจริงช่วยกลุ่มถึงนาที 87 ก่อนที่จะเจ้าถิ่นเอาชนะไปด้วสกอร์ 3-1 ควันหลงข้างหลังเกมเจลีกนัดหมายที่ 9 ที่

สนามซัปโปโรโดม ในเกมที่ชิมิสึ เอสพัลส์ เปิดบ้านเอาชนะ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ที่เหลือผู้เล่น 10 คน ด้วยสกอร์ 3-1 ช่วงวันที่ 8 เดือนสิงหาคมก่อนหน้านี้ โดยเกมนี้ “มุ้ย” ธีรศิลป แดงดา ได้มีส่วนช่วยสังกัดเดิมในตอน 7 นาที ข่าวบอลไทย

ด้านหลังของการประลอง โดยแนวรุกกลุ่มชาติไทยกล่าวข้างหลังเกมว่า “โอเคครับผม เมื่อสบโอกาสมานะทำเต็มกำลัง ถึงจังหวะจะไม่เยอะแยะ พอเพียงได้โอกาสพากเพียรทำ จำต้องสารภาพว่าในช่วงเวลาที่ลงไปกลุ่มเหนือกว่า

ธีรศิลป์

ผู้เล่น เลยดำเนินการได้ง่ายมากยิ่งขึ้น” นอกนั้นธีรศิลป ยังได้เอ่ยถึงการที่ผู้เล่นคนประเทศไทย

ลงเล่นเกมนี้ในฐานะคู่ปรับกันอีกว่า “พอใจ มันเป็นอิสระยดาร์บี้ เจลีกให้เกียรติพวกเรา ให้เกียรติแฟนบอลคนประเทศไทยที่ติดตาม จะมองเห็นได้จากชื่อข้างหลังจะเป็นภาษาไทย เกิดเรื่องที่น่าปลื้มสำหรับผม” “พวกเรารอให้กำลังใจ

กันตลอด เพียงพอมาได้พบในสนาม มันส่งต่อถึงกัน ได้มองเห็นเจเล่น ได้มองเห็นโคนงที่อยู่คนละครั้งม ไม่ใช่มีเพียงแค่พวกเราสถานที่ทำงานหนัก ยังมี เจ มีอุ้ม มีตอง กำลังต่อสู้ในทางของตนเอง ทำให้พวกเรามีพลังมากขึ้นเรื่อยๆ ดูบอลสด

เกิดเรื่องที่ดี” ชิมิสึ เอส-พัลส์ เปิดรังเอาชนะ คอนซาโดเล่ ซัปโปร 3-1 โดยเกมนี้กลุ่ม “คอนซะ” มาเหลือผู้เล่น 10 คน ภายหลังจาก ชุนตะ ทานากะ โดนใบเหลืองแดงไล่ออกตั้งแต่นาทีที่ 63 ในเวลาที่เป็นเกมลำดับที่สองลำแข้งไทยได้

ลงมาดวลกันในสนาม โดย “ชนาธิป สรงกเงินระสินธ์” อยู่ในสนาม 87 นาที ส่วน “ธีรศิลป แดงดา” ลงเป็นสำรอง 7 นาทีท้ายที่สุด ในศึกเจลีก ช่วงวันที่ 8 สิงหาคมก่อนหน้าที่ผ่านมา ศึกบอล ”เมจิ ยาสึดะ เจวันลีก” ฤดู 2020 นัดหมายที่ 9

ทุกวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 63 มีลงกระทำแข่งทั้งหมดทั้งปวง 7 คู่ 7 สนาม โดยไฮไลท์รายสัปดาห์นี้อยู่ที่สนาม ไอเอไอ สเตเดี้ยม เป็นเกมในศึก ‘ไทยดาร์บี้แมตช์” ระหว่าง ชิมิสึ เอสพัลส์ สังกัดเดิมของ ‘มุ้ย” ธีรศิลป แดงดา กลุ่มชั้น 16 โคราชเฮ

ของตาราง มี 5 แต้มจาก 8 นัดหมาย เปิดบ้านต่อกร คอนซาโดเล่ ซัปโปโร กลุ่มของ ‘เจ” ชนาธิป สรตระหนี่ระสินธ์ กับ ‘โคนง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ที่มี 12 แต้ม จาก 8 นัดหมาย รั้งที่ 8 ของตาราง ชิมิสึ เอสพัลส์ ของผู้จัดการทีม

ปีเตอร์ ชคลุกลามอฟสกี้ เกมนี้ไม่มีปัญหาการจัดกองทัพส่งผู้เล่นชุดเยี่ยมที่สุดลงไปในสนามฝากวค้างมหวังไว้ลำดับที่สามผสานแนวรุกอีกทั้ง ติดอยู่รินยอส จูเนียร์, เคนตะ นิชิซาวะ แล้วก็ โชตะ ติดอยู่เนโกะ ส่วน ธีรศิลป แดงดา

แนวรุกกลุ่มชาติไทยมีชื่อเป็นเพียงแค่ผู้เล่นสำรองเพียงแค่นั้น ด้านกลุ่มเยี่ยมคอนซาโดเล่ ซัปโปโร ที่มี ”ไม่ช่า” ไม่ไฮโล เปโตรำไพช ผู้จัดการทีมฟุตบอลใหญ่คุมกองทัพไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการจัดกองทัพเช่นเดียวกันโดยได้รับข่าวดี

เมื่อได้ มุซาชิ ซูซูกิ ศูนย์หน้าตัวเก่งสลัดลักษณะการเจ็บกลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงอีกที โดยมี ลูคัส เฟอร์นานเดซ, ชนาธิป สรขี้งกระสินธ์ และก็ ทาคุมะ อราโนะ รอทำเกมส่งเสริมอยู่ข้างหลัง ครึ่งเริ่มแรกมาเพียงแต่ 3 นาที ทั้งคู่กลุ่ม

เปิดหน้าแลกเปลี่ยนใส่กันโดยทันที แล้วก็เปลี่ยนเป็น ชิมิสึ ที่ได้อกาสทักก่อนเมื่อ โชตะ ติดอยู่เนโกะ รับส้มร่วงหน้าจุดโทษบรรจงปั่นด้วยซ้ายไปเสาไกลแต่ว่าบอลหลุดเสาออกไปนิดนึง จากนั้น นาทีที่ 6 คอนซาโดเล่ ได้ลุ้นบ้าง

จากจังหวะที่ โยชิอากิ โคมาอิ ได้หลุดมาซัดด้วยขวาที่เสาสองแม้กระนั้นยังติดเซฟ โทโกะ อูเมดะ นายด่านเจ้าถิ่นยังปิดเสาแรกเจริญ ต่อมา นาที 12 ติดอยู่รินยอส จูเนียร์ แนวรุก ชิมิสึ ลากบอลจากกราบขวาตัดเข้าในแล้วทดลองกด

ด้วยซ้ายลูกถนัด แต่ว่าครั้งนี้บอลเหาะผ่านคานไปไกล ทั้งคู่กลุ่มเปืดหน้าแลกเปลี่ยนกันสลับกันรุกผลัดกรันรับบันเทิงใจ นาที 17 กลุ่มเยี่ยมได้ลุ้นจากจังหวะที่ มูสิชา ซูซูกิ ลากจากซ้ายตัดเข้าในแล้วกดเรียดด้วยขวาบอลยังพุ่งไป

ตรงตัว โทโกะ อูเมดะ รับเข้าซองสบาย นาที 33 นายทัพ “คอนซะ” ได้ลุ้นตลอด ค้างซุกิ ฟูกาอิ ไหลบอลให้ ชนาธิป สรขี้เหนียวระสินธ์ สับไกซัดด้วยซ้ายหน้าจุดโทษบอลโผบินผ่านคานออกไป ด้านหลังครึ่งแรกตอนทดเจ็บ

นาที 45+2 โชตะ ติดอยู่เนโกะ ยิงด้วยขวาหน้าจุดโทษ ไดกิ ซุกะ มานะล้มตัวขวางแต่ว่าชูแขนขึ้นมาโดนบอลในจุดโทษ ทำให้ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดลูกโทษโดยทันที ก่อนที่จะเป็น โชตะ ค้างเนโกะ รับหน้าที่ฆ่าเข้าไปไม่พลาดให้ ชิมิสึ

ขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่จะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ ช่วงหลังเกมดำเนินมาถึง นาที 52 คอนซาโดเล่ ได้ประตูตามตีเสมอ 1-1 จากการซัดฟรีคิกของ มูซาชิ ซูซูกิ ปั่นแทรกเสาเข้าประตูไปอย่างสุดงาม