วัดกันอีกรอบ ย้อนเจาะผลงาน โรนัลโด้ vs ลูกากู ในลีกซีซั่นล่าสุด

วัดกันอีกรอบ นอกจากคู่ระหว่าง อังกฤษ กับ เยอรมนี แล้วนั้น อีกหนึ่งเกมที่หลายคนมองว่าเป็นเกมใหญ่ของรอบ 16 กลุ่มสุดท้ายในศึก ยูโร

วัดกันอีกรอบ ก็คือเกมที่ เบลเยียม กับ โปรตุเกส จะดวลกันที่เมืองเซบีย่า ประเทศสเปน วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายนนี้ เพราะทั้งคู่ต่างก็มีขุมกำลังที่กล้าแกร่ง รวมทั้งถูกยกให้เป็นตัวเต็งแชมป์ในลำดับต้นๆ

วัดกันอีกรอบ

หนึ่งในคู่ดวลที่หลายคนจับตาว่าใครจะทำผลงานได้เหนือกว่ากันเป็นการเผชิญหน้ากันของ โรเมลู ลูกากู แนวรุกจาก เบลเยียม และก็ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ศูนย์หน้า โปรตุเกส โดยจนถึงตอนนี้ทั้งสองก็ทำผลงานได้น่าประทับใจ หลังจากที่รายของ ลูกากู ทำไปแล้ว 3 ประตู ส่วน โรนัลโด้ นำเป็นดาวซัลโวสูงสุดที่จำนวน 5 ลูก

อันที่จริง ลูกากู กับ โรนัลโด้ ก็ดวลกันตั้งแต่เกมระดับสโมสรในฤดูกาลปัจจุบันแล้ว หลังจากต้นสังกัดของพวกเขาก็อยู่ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา ทั้งสอง โดยในขณะ โรนัลโด้ ทำประตูได้มากกว่าที่จำนวน 29 ลูกนั้น ลูกาเรา กลับได้แชมป์ลีกไปครองร่วมกับ อินเตอร์ ด้วยผลงาน 24 ประตู ซึ่งวันนี้พวกเราจะมาลองเจาะลึกลงไปว่าผลงานโดยรวมในศึก กัลโช่ เซเรีย อา ซีซั่นปัจจุบันนั้น ใครเหนือกว่ากัน ข่าวบอลไทย

ตลอดตอนที่ผ่านมานั้นแนวรุกในวงการบอลยุคใหม่จะเอาแต่ทำประตูสิ่งเดียวมิได้ พวกเขาควรมีความสามารถที่ดีในด้านการผ่านบอลด้วย ซึ่งถ้าหากมองที่เปอร์เซ็นต์การผ่านบอลโดยรวมแล้วล่ะก็ โรนัลโด้ ก็ทำเป็นดีมากกว่าที่ 82.1 เปอร์เซ็นต์ ส่วนของ ลูกากู ทำเป็น 72.6 เปอร์เซ็นต์

ถึงกระนั้น ดาวเตะผู้ได้ สคูเด็ตโต้ ในฤดูกาลล่าสุดก็มีค่าเฉลี่ยการส่งบอลที่เป็นจังหวะสำคัญต่อเกมดีมากกว่า ที่ปริมาณ 1.4 ครั้งต่อนัด โดยที่ โรนัลโด้ ทำได้ 1.1 ครั้งต่อเกม ยิ่งไปกว่านี้ ลูกากู ก็ยังมีจังหวะผ่านบอลที่นำไปสู่การทำประตูในท้ายที่สุดได้ถึง 20 ครั้งด้วย (ซึ่งก็คือนับรวมการมีส่วนร่วมในการขึ้นเกมทุกจังหวะ ไม่ได้เจาะจงเฉพาะการแอสซิสต์) ตรงกันข้ามกับ โรนัลโด้ ที่มีตัวเลขในด้านนั้นแค่ 7 คราว

ฉะนั้น มันเลยมีส่วนทำให้ในลีกซีซั่นล่าสุด ลูกากู ทำได้ถึง 11 แอสซิสต์ ส่วน โรนัลโด้ ทำไปเพียง 3 แอสซิสต์เท่านั้น ดูบอลสด

วัดกันอีกรอบ

โรนัลโด้ สามารถเก็บบอลเอาไว้กับตัวได้อย่างยอดเยี่ยมจนทำให้โดนคู่แข่งฉกบอลจากเท้าไปเฉลี่ยแล้วนัดหมายละ 1 ครั้ง ซึ่งนี้ ลูกากู แพ้ให้กับอีกข้างเพราะว่าตัวเลขของเขาอยู่ที่เฉลี่ย 1.4 ครั้งต่อเกม ยิ่งกว่านั้น โรนัลโด้ ก็ยังเลี้ยงบอลเอาชนะคู่ปรับได้ดีกว่า ลูกากู ด้วย เพราะทำเป็น 1.8 ครั้งต่อนัด โดยที่ ลูกากู ทำไป 1.5 หนต่อเกม

โรนัลโด้ ขึ้นชื่อลือชาประเด็นการเล่นลูกกลางอากาศได้อย่างโดดเด่นเนื่องจากว่าเขาสามารถกระโดดได้สูงจนถึงขั้นมีคนพูดกันเล่นๆว่าเขาหลบซ่อนปีกเอาไว้ ซึ่งโน่นก็ทำให้ในลีกซีซั่นล่าสุดเขาชนะในการดวลลูกกลางอากาศไปเฉลี่ยแล้ว 0.7 หนต่อนัด แต่ว่าเชื่อหรือไม่ว่า ลูกากู ทำเป็นดีกว่า เพราะตัวเลขในด้านนี้ของเขามากถึง 1.3 ครั้งต่อเกมอย่างยิ่งจริงๆ ฮาแลนด์ตอบชัด

นอกจากในด้านปริมาณประตูที่ทำได้ดีมากกว่าแล้วนั้น โรนัลโด้ ยังส่งผลต่างระหว่างความเป็นไปได้ของปริมาณประตูที่ควรทำเป็น กับจำนวนประตูที่ทำเป็นจริงๆเหนือกว่า ลูกากู ด้วย หลังจากจำนวนของเขาอยู่ที่ +2.5 หรือก็คือยิงได้มากกว่าที่ควรจะเป็น 2.5 ประตู ขณะที่ของ ลูกาเรา อยู่ที่ +1.3

อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งที่ทำให้ โรนัลโด้ ทำประตูได้เยอะกว่า ลูกากู ก็เพราะเขาพยายามทำประตูในทุกจังหวะจนมีจำนวนครั้งการพยายามทำคะแนนเองสูงกว่าอีกข้าง ด้วยค่าเฉลี่ยมากถึง 5.20 ครั้งต่อเกม ในขณะที่ ลูกาฉัน มีชอตพากเพียรทำคะแนน 2.78 ครั้งต่อนัดหมาย และก็เอาจริงเอาจังๆแล้ว ลูกากู ก็มีเปอร์เซ็นต์การยิงตรงกรอบดียิ่งกว่าอีกข้างด้วย เพราะทำไป 47.2 เปอร์เซ็นต์ ส่วนของ โรนัลโด้ อยู่ที่ 37.0 เปอร์เซ็นต์

ยิ่งไปกว่านี้ ลูกากู ยังมีค่าเฉลี่ยการเปลี่ยนจังหวะยิงตรงกรอบให้เป็นประตูได้อยู่ที่ 0.43 ลูกต่อการยิงตรงกรอบ 1 ครั้งด้วย ในตอนที่ โรนัลโด้ แพ้อีกข้างจากการมีตัวเลขด้านนี้ที่ 0.38 ลูกต่อการยิงตรงกรอบ 1 ครั้ง แถมจอมบุกชาวเบลเยียมยังส่งผลงานการยิงลูกจุดโทษเข้า 100 เปอร์เซ็นต์ ด้วยการยิงไป 6 ครั้งเข้าทั้ง 6 ครั้ง ตรงข้ามกับ โรนัลโด้ ที่ได้โอกาสยิง 8 ที แต่ว่าเปลี่ยนให้เป็นประตูได้ 6 ลูก

โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ ผู้ฝึกสอนกลุ่มชาติเบลเยียม พาทีมชนะประเทศฟินแลนด์ 2-0 ในเกมส่งท้ายรอบแรก เป็นการคว้าชัย 4 นัดหมายติด พร้อมเข้ารอบมาในฐานะแชมป์กรุ๊ป บี

ความพร้อมเกมนี้ “มาร์ตี้” ไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม แต่ว่าการจัดกองทัพคาดว่าจะมีการปรับจากเกมปัจจุบันพอสมควรรวมถึงแท็คติก โดยยิ่งไปกว่านั้นเกมรุกที่คาดว่าจะเดินหน้าเต็มสูบ ด้วยการดันเควิน เดอ บรอยน์ ขึ้นไปประสานงานร่วมกับโรเมลู ลูกากู แล้วก็ เอแด็น อาซาร์ กัปตันกลุ่ม

ส่วนพวกตัวหลักที่ได้พักเพื่อเก็บสดไว้สำหรับเกมนี้ ไม่ว่าจะเป็นโทบี อัลเดอร์แวเรลด์, ยาน แฟร์ต็องเกน, ยูริ ตีเลมันส์ และก็ ธอร์กาน อาซาร์ ก็พร้อมคัมแบ็กตามเดิม

เบลเยียมจะลงสู่สนามในระบบ 3-4-2-1 นายทวารอาทิเช่นติโบต์ กูร์กตัวส์ แนวรับประกอบไปด้วยโทบี อัลเดอร์แวเรลด์, ดีดริค โบยาต้า รวมทั้ง ยาน แฟร์ต็องเกน

แดนกลางโธมัส เมอนิเย่ร์จะเดินเกมร่วมกับยูริ ตีเลมันส์, อั๊กเซล วิตเซล แล้วก็ ธอร์กาน อาซาร์ ส่วนเควิน เดอ บรอยน์ และ เอแด็น อาซาร์ จะช่วยปั้นเกมรุกสนับสนุนโรเมลู ลูกากู หัวหอกตัวเป้า

ผ่านมาดู แฟร์นันโด ซานโต๊ส เทรนเนอร์กลุ่มชาติโปรตุเกส แชมป์เก่า พาทีมเสมอฝรั่งเศส 2-2 ในเกมส่งท้ายรอบแรก ทำให้ไม่ชนะมา 2 เกมแล้ว แต่ว่าก็ยังเข้ารอบมาในโควตา 1 ใน 4 กลุ่มชั้น 3 ที่ดีที่สุดจากกรุ๊ป เอฟ

ภาวะกลุ่มเกมนี้ ซานโต๊สไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม ถึงแม้เนลชอน เซเมโด้ แบ็กขวาตัวหลักจะมีอาการเจ็บรบกวนมาจากเกมเจ๊าตราไก่ แต่ว่าปัจจุบันลงฝึกได้และพร้อมช่วยได้ตามปกติ

ส่วนดานิโล่ เปเรยร่า มิดฟิลด์ที่โดนหมัดของอูโก้ โยริสเข้าไปเต็มๆใบหน้า ก็ต้องรอดูอาการ หากไม่ไหวจริงๆก็มีทั้งวิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่ และก็ รูเบน เนเวส เป็นตัวเลือก

ขณะที่บรูโน่ แฟร์นันเดส สตาร์จากแมนฯ ยูไนเต็ด แต่ว่ามาทัวร์นาเม้นต์นี้ดับสนิท ก็จะเป็นแค่สำรองต่อไป เพราะซานโต๊สน่าจะยึดแผงกลางชุดเดิมที่ทำผลงานกันได้ดีอยู่แล้ว